Apple's profileApple SpacePhotosBlogLists Tools Help

Apple Freelife

Photo 1 of 1
December 25

อัพฉลองX'mas ว่าด้วย"คุณสมบัติของแพทย์"

นักศึกษาในสถาบัน แพทย์ศาสตร์ แห่งหนึ่ง

ต่างเข้าเรียนวิชากายวิภาควิทยาเป็นครั้งแรกกับศพจริง ซึ่งเป็นร่างกายของชายผู้เสียชีวิตแล้ว

- นักศึกษาทุกคนล้อมรอบโต๊ะผ่าตัด ซึ่งมีร่างศพคลุมด้วยผ้าผืนสีขาว

ศาตราจารย์ได้เริ่มการสอนโดยกล่าวกับนักศึกษาแพทย์ศาตร์ทั้งหลายว่า

"ในวิชาแพทย์ศาตร์, มีเพียง 2 สิ่งสำคัญที่จะทำให้ท่านนั้น มีคุณสมบัติเป็นแพทย์ที่มีคุณภาพได้ คือ

ข้อแรก,มันเป็นความจำเป็นที่ท่านจะไม่ขยะแขยง"

ศาตราจารย์ได้เปิดผ้าคลุมขึ้นและยัดนิ้วเข้าไปในรูทวารหนักของศพแช่ไว้หมุนบิดล้วงควักจนหนำใจแล้วเอานิ้วออก
มาเขาดูดให้นักศึกษาดู.

ศาตราจารย์กล่าวกับนักศึกษาว่า "เอ้า ! เร็ว นักศึกษา จงทำ !!"

นักศึกษาแพทย์ต่างกลัวในเหตุการณ์ที่วิตถารเช่นนี้

แต่ภายหลังเนื่องจากอาจารย์ยืนกรานเสียงแข็ง พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกต่างก็หันมาผลัดกันยัดนิ้วของตนเข้าไปที่ทวารหนักของศพ และนำมาดูดหลังจากเอานิ้วออกมา ครั้นเสร็จสิ้นจนครบทุกคน

ศาตราจารย์เพ่งไปที่นักศึกษาแพทย์และกล่าวขึ้น..."คุณสมบัติของแพทย์ที่ดี.. ข้อที่สอง.. คือ ต้องเป็นคนช่างสังเกตุ

...เมื่อกี้อาจารย์เอานิ้วกลางยัดเข้าไป แต่อาจารย์ดูดที่นิ้วชี้ กรุณาสนใจการสอนหน่อย..นักศึกษาทุกท่าน !!"
June 22

ภาพลวงตา!!!

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเอามาจากคนอื่นนะครับ เป็นเรื่องที่ผมชอบมาก ไม่ขออธิบายมาก ไปอ่านกันเอง55555 เรื่องอาจใช้ภาษาไม่เหมาะสมบ้าง แต่เพื่อให้ได้อรรถรส จะเซ็นเซอร์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
 
     เรื่องจริงที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน !!!

     สมัยหนุ่มๆ กูไปนั่งแดกเหล้ากับเพื่อนๆ ที่บางแสน
วันนั้นกะว่าจะกลับ เลยไม่ได้เช่าห้อง
นั่งแดกกันที่เตียงผ้าใบ พอปวดเยี่ยวก็ไปเข้าห้องน้ำ

     พอไปถึง กูควักกระ***อันจิ๋วหลิวออกมา
หลับตาซ้าย จับ***เชิดขึ้น ***เล็กน้อย
เบ่งช่วยนิดหน่อย
เพื่อให้ฉี่พุ่งขึ้นแล้วตกลงบนคอห่าน
เป็น projectile อย่างสวยงาม

     ทันใดนั้น เหมือนสววรค์ลงโทษ
ตังค์เหรียญดันหล่นจากกระเป๋ากางเกงที่ขาด
กลิ้งลงไปในคอห่านเหมือนผีจับยัด

     กูเอาเหรียญที่เหลือออกมาดู
เวรจริงๆ
เหรียญที่หล่นไปเสือกเป็นเหรียญครุฑ
(สมัยนั้น 1 เหรียญครุฑแลกได้ 5 บาท)


     กูก้มลงไปดูใกล้ๆ ว่าเหรียญอยู่ตรงไหน  แต่แล้วก็ต้องผงะ
เมื่อเห็นวัตถุคล้ายขี้อยู่ในคอห่าน
ด้วยความเสียดาย  จึงเพ่งสายตาอีกที
แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นขี้หรือเป็นรอยสกปรกของคอห่าน
หรือเป็นเพราะน้ำที่ใช้ราดมันขุ่น

     กูจะใช้น้ำราดก็ไม่ได้ เพราะกลัวเหรียญจะหล่นไปด้วย
ไฟในห้องน้ำก็ไม่สว่าง ลังเลอยู่นาน
เสียงคนข้างนอกที่รอคิวเริ่มเซ็งแซ่……………………ไม่มีเวลาคิดแล้ว 
จะทำอะไรต้องทำเดี๋ยวนี้ !!

     กูก้มลงดูอีกทีแล้วปลอบใจตัวเองว่า “ไม่ใช่ขี้หรอกน่า ไม่เห็นเหม็นเลย”
จากนั้นก็ค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาล้วงไปในคอห่าน

     สิ่งแรกที่กูได้สัมผัส บอกให้รู้ว่ากูคิดผิด 
แม่ง…ขี้ !!!!!
กูหยุดมือไว้ แต่ยังไม่ดึงกลับ
เริ่มคิด
ไหนๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว เดินหน้าต่อไปเถอะน่า

     กูขยับมือ ควานล้วงหาเหรียญแสนรัก  โอวววววว  กูเจอแล้ว  แต่หยิบไม่ได้ !!!
แม่งไม่ถนัด กูขยับมืออีกครั้งให้เหมาะเหม็ง

     จังหวะนั้นเอง  ขี้แม่งเริ่มแตกตัว ส่งกลิ่นเหม็นตามประสาขี้ออกมา
กูกลั้นใจขยับมือล้วงกะว่าต้องเอาให้ได้ ขี้ก็เริ่มแตกละเอียดมากขึ้น 
กลิ่นคงไม่ต้องบรรยาย เหม็นมาก  กูบอกได้แค่นี้

     กูหยิบเหรียญได้แล้ว
ฮ่า ฮ่า ฮ่า  กูหัวเราะในใจคล้ายคนบ้า
หันไปทางโอ่งใส่น้ำ กะจะตักน้ำล้างมือ
ส้นตีนจริงๆ  !!!!!
น้ำหมด
มิน่า แม่ง  ไอ้เจ้าของขี้ถึงไม่ราดน้ำ

     กูต้องเอาขันรองจากก๊อก  น้ำแม่งไหลอย่างเยี่ยวมด
กว่าน้ำจะเต็มขัน เหมือนใช้เวลาเป็นปี
กูล้างนานก็ไม่ได้ คนรอเยอะ

      ล้างได้แค่ขันเดียว กูเปิดน้ำใส่โอ่งไว้
แล้วก็ออกมา คนที่รออยู่ต้องคิดว่าเป็นขี้กูแน่นอน

     พอออกจากห้องน้ำ กูรีบวิ่งข้ามถนนอย่างรวดเร็ว  ไม่สนใจรถราที่พลุกพล่าน
วิ่งลงไปชายหาด หวังพึ่งน้ำทะเล

     เหมือนธรรมชาติลงโทษ  แม่งเสือกเป็นเวลาน้ำลง
เวรจริงจริง กูต้องวิ่งลงอีกไปไกลชิบหาย 
วิ่งเหมือนคนบ้า

     มือซ้ายกำเหรียญและขี้ไว้อย่างแน่น
แล้วกางแขนออกไปให้ห่างตัวมากที่สุด
มือขวาแบ นิ้วทั้ง 5 เรียงชิดติดกัน เหวี่ยงแขนขวาเพื่อสับอากาศ

     วิ่ง    วิ่ง     วิ่ง     วิ่ง    วิ่ง     และวิ่ง

     คนรอบข้างมองกูหรือเปล่ากูไม่สนใจ
พอใกล้ถึงน้ำทะเล กูสะบัดรองเท้าแตะคู่ใจ กระเด็นไปคนละทิศละทาง

     ลงไปในทะเล จุ่มแขนซ้ายลงไป ถึงข้อศอก มือซ้ายค่อยๆ คลายออก
เศษขี้ลอยฟ่องไปตามกระแสคลื่น
ขี้มันคงดีใจที่ได้อยู่ในทะเลกว้างๆ แทนที่จะเป็นถังส้วม

     กูขัดถูจนหนำใจและแน่ใจว่าสะอาด
พลันนึกสงสารคนแถวนั้นที่เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน
บ้างดำผุดดำว่าย บ้างนอนห่วงยางที่เช่าตามชาดหาด
สนุกมากซิพวกมึง…………………………………….

กูอยากจะบอกคนแถวนั้นว่า ผมขอโทษ
อยากจะบอกคนที่รอคิวเข้าส้วมต่อจากกูว่า ไม่ใช่ขี้ผม
 
 

King of Sex!!!


เอ๊ะ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ผมขยันอัพแต่เรื่องบนเตียง อัพแต่เรื่องทะลึ่งๆ ครือผมอยากบอกว่าอันที่จริงถ้าคุณไม่มองให้มันทะลึ่งมันก็จะเป็นสาระล้วนๆเลยทีเดียว(มั้ง) ซึ่งบอกไว้ก่อนว่าข้อมูลที่ผมนำมานั้นไม่ได้เอามามั่วๆแต่อย่างใด (ยกเว้นทฤษฎีGene) แต่ถึงพูดอย่างนั้นก็เถอะครับ ผมยังมองว่ามันทะลึ่งเลย5555 เพราะฉะนั้นยอมรับซะเถอะครับว่าเราก็ทะลึ่งลามกกันทุกคน เคยมีนักวิชาการชาวไทยคนหนึ่งบอกไว้นะครับ ว่า"คนเราไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เด็กหรือแก่ ไม่มีใครไม่อยากรู้เรื่องเพศ" จริง!!!! ฟันธงธง!!!!!

นักจิตวิทยาเชื่อในเรื่องภาษากายหรือสัญญาณทางกายมานานแล้วว่าสามารถสะท้อนถึงอุปนิสัยได้ ท่าทางการยืน เดิน นั่ง ตีลังกา สับขาหลอก ทำสะพานโค้ง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้สามารถบอกให้เราทราบว่าคนๆ นั้นเป็นคนอย่างไรได้เป็นอย่างดี สัญญาณต่อไปนี้สามารถบ่งบอกได้ว่าชายคนรักของคุณ(หรือคนอื่น)ชำนาญเรื่องบนเตียงขนาดไหน5555

- จ้องตาคุณไม่เว้นวาย ชายใดที่สามารถจ้องตาฝ่ายหญิงได้โดยไม่เอียงอายและไม่เกรงกลัว สันนิษฐานได้ว่าเขาผู้นั้นไม่ธรรมดา ว่ากันว่ายิ่งจ้องมากเท่าไร ก็ยิ่งไม่ธรรมดามากเท่านั้น

- กัดเล็บ ชายใดที่ชอบกัดเล็บแสดงว่าเขาเป็นผู้นิยมความรุนแรง จึงพยากรณ์ได้ว่าเขาเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่บนเตียงคนหนึ่ง มีหญิงสาวมากมายยืนยันกับเราว่าผู้ชายที่เธอพบถ้าคนไหนมีนิสัยชอบกัดเล็บแล้ว คนนั้นล่ะใช่เลย (ผมไม่กัดนะ ผมกิน55555)

- ตัวเล็ก การขึ้นเตียงเป็นเรื่องที่พิเศษอย่างหนึ่งคือความสูงความยาวไม่ใช่เรื่องสำคัญ คนตัวเล็กก็เก่งเรื่องบนเตียงได้ มันขึ้นอยู่กับลีลาท่าทาง และเทคนิคมากกว่า การที่จะสามารถแสดงลีลาท่าทางได้อย่างอิสระเสรีบนเตียงที่มีขนาดแค่ 5x6 ฟุต คนตัวเล็กน่าจะเก่งฉกาจกว่าคนตัวสูงมากมายนัก เพราะไม่ว่าจะใช้ท่าทางอะไร วาดลวดลายพิสดารขนาดไหน ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะตกเตียงเหมือนคนตัวสูง แม้จะลงมาทำกันนอกเตียง ก็ยังเก่งกว่าอยู่ดี นอกจากนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าคนตัวเล็กสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าคนตัวสูงมากนัก ยิ่งบนพื้นที่แคบๆ อย่างบนเตียงแล้วน่าจะถนัดกว่ากันเยอะ เพราะฉะนั้นคนตัวเล็กส่วนมากจึงมีลีลาร้ายกาจยิ่งนัก (เล็กกว่า5x6ก็ไม่หวั่น5555)

- ยอมแสวงหาอาหารรสชาติแปลกๆ ใหม่ๆ มารับประทาน ถ้าคู่รักของคุณเป็นคนชอบแสวงหาอาหารอร่อยๆ มารับประทาน ถึงไกลแค่ไหนก็จะต้องไปเสาะหามาทดลองชิมให้ได้ เรียกว่าต้องหาอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มาทานเกือบตลอดเวลา เป็นไปได้ว่าเขาเป็นคนที่มีลีลา บนเตียงแบบว่าไม่รู้จักจบสิ้น เรื่องนี้สามารถวิเคราะห์ในทางจิตวิทยาได้ว่า ชายหนุ่มประเภทนี้เป็นคนที่ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ ชอบแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต ชอบความตื่นเต้น ท้าทาย กล้าทดลอง ลงว่าเขานิสัยเป็นแบบนี้แล้ว ลีลารักบนเตียงของเขาก็คงจะไม่แตกต่างไปจากอาหารที่เขารับประทานเข้าไปเป็นแน่แท้

- ใจเย็นและอารมณ์ดีตลอดเวลา คุณเชื่อไหมว่าระหว่างการร่วมรักไม่ว่าคุณจะพยายามบรรจงหรือประณีตในการประกอบกิจกรรมดังกล่าวขนาดไหน มันก็มักจะมีอุปสรรคหรือเรื่องติดขัดเกิดขึ้นเสมอ ชายใดที่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความเยือกเย็น ไม่โมโหง่าย มองปัญหาทุกอย่างเป็นเรื่องเล็กๆ ที่สามารถแก้ไขได้ จะสามารถดำเนินกิจกรรมทางเพศต่อไปได้จนตลอดรอดฝั่ง ฉะนั้นแล้วจึงมีผู้ระบุว่า ชายที่ใจเย็นและอารมณ์ดีตลอดเวลามักจะไปได้ดีกับเรื่องอย่างว่า

- กลิ่นตัวหอมจรุงใจ กลิ่นหอมสามารถช่วยกระตุ้นอารมณ์รักให้ลุกโชนได้ ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์จะมีการสูดดมกลิ่นตัวของอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา เมื่อเป็นดังนี้ ชายที่มีกลิ่นตัวที่ค่อนข้างหอม ไม่ฉุน หรือเหม็นจนเกินไป จะสามารถดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างมาก คิดง่ายๆ ว่าถ้าระหว่างการร่วมรักคุณต้องดมแต่กลิ่นเหม็นๆ ฉุนๆ ตลอดเวลา อารมณ์รักของคุณคงจะดับมอดไหม้เป็นแน่ ดังนั้นจึงมีรายงานทางแพทย์มากมายที่ระบุว่า ชายที่มีกลิ่นตัวหอมมักมีเสน่ห์รุนแรงต่อเพศตรงข้าม (ผมกลิ่นจำปา5555)

- แต่งตัวดี ชายที่แต่งตัวดี เนี้ยบไปทุกส่วน ว่ากันว่าเขาเป็นคนมีอารมณ์รักที่ร้อนแรงทีเดียว ลองพิจารณาการแต่งตัวของคนรู้ใจใกล้ตัวคุณ บางทีคุณอาจพบว่าเขาไม่ใช่คนเรียบๆ อย่างที่คุณคิด 

- ลักษณะท่าทางการยืนนั่งค่อนข้างมั่นคง ผู้ชายที่มีท่าทางการยืน นั่ง เดิน ค่อนข้างตรงไม่งอโค้ง ตามตำรากล่าวไว้ว่าเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง กล้าหาญ ชอบเอาชนะเมื่อเจอกับปัญหาจะต่อสู้อย่างไม่ท้อถอย ในตำรายังระบุต่ออีกว่า ชายที่มีลักษณะแบบนี้มักเป็นคนที่สู้ไม่ถอยในเรื่องเซ็กซ์

- มีประสาทสัมผัสทางเพศที่ร้อนแรงและน่าพิศวง ถ้าหากเวลาที่ชายคนรักของคุณเข้าใกล้คุณ สัมผัสตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็น กอด โอบรัดหรือจับต้องตัวธรรมดา แล้วคุณรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ดื่มด่ำ น่าหลงใหลและมีความสุขอย่างประหลาดแล้วล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวว่าเขาเป็นคนที่มีความรู้สึกทางเพศที่รุนแรง เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของสัมผัสที่ 6 ที่อยู่เหนือธรรมชาติ ยากแก่การหาเหตุผลที่แน่ชัด แต่คนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาจะรู้ดีและเชื่อ (แทบลุกเป็นไฟเลยล่ะผมน่ะ5555)

- ลีลาการเต้น จับตาดูลีลาท่าทางการเต้นของชายคนรักของคุณ ถ้าเขาสามารถวาดลวดลายลีลาอย่างเร่าร้อน เต็มไปด้วยสีสันแล้วล่ะก็ การวาดลวดลายลีลาอย่างเร่าร้อนเต็มไปด้วยสีสันแล้วล่ะก็ การวาดลวดลายลีลาบนเตียงของเขาก็น่าจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เนื่องจากว่าในการร่วมรักและในการแด๊นซ์นั้นใช้ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่แตกต่างกันมากนัก
 
 
 
เหอๆๆๆๆๆ ก็ลองสำรวจกันดูนะครับ ว่าคนใกล้ตัวของท่านเป็นยังไงกันบ้าง บางทีเขาอาจจะมีของดีอยู่กับตัวก็ได้ อิอิอิอิ
 
เอาหละครับ คิดว่าต่อไปคงจะเพลาๆเรื่องบนเตียงลงละครับ(ดีมั๊ย)จะหาเรื่องอื่นมาอัพบ้าง ยาวนิดนะครับ บายๆ
June 21

Vanishing point Theory!!!

                ผมขออนุญาตตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่าVanishing point Theory หรือทฤษฎีว่าด้วย"จุดรวมสายตา" เนื่อจากผมจำชื่อการทดลองนี้ไม่ได้ เมื่อนานมาแล้ว ผมได้เคยอ่านการทดลองหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับจุดรวมสายตาของเรา คำถามก็คือ "หากคุณพบชาย/หญิง(กรุณาอ่านว่า"ชาย หรือ หญิง" อย่าอ่านว่า "ชายทับหญิง" มันน่าเกลียด) แปลกหน้า หน้าดาดี คุณจะมองส่วนใดของเขาเป็นอันดับแรก หลายๆคนตอนนี้อาจรู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว แล้วคุณอยากรู้ไหม ว่า"ทำไม"

 

ผู้ชาย

                สำหรับมนุษยชาตเพศผู้นะครับ จากการทดลองเราได้พบว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้มีไอ้นั่นใหญ่กว่าสมอง!!! เอ่อ ไม่ใช่นะครับ เราพบว่าเมื่อผู้ชายพบผู้หญิงแปลกหน้า สิ่งที่ผู้ชายส่วนใหญ่จะมองเป็นสิ่งแรกนั้นก็คือ......ผิดครับ มันไม่ใช่หน้าตา สุภาพบุรุษทุกท่านกรุณาอย่าหลอกตัวเอง สิ่งที่คุณมองเป็นสิ่งแรกนั่นคือ "หน้าอก" ตรงถึงจุดนี้หลายคนคงคิดว่าผมผิดปกติ หลายคนหาว่าผมทะลึ่ง โรคจิต แต่นี่คือความจริงครับ แต่สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่าทำไม ผู้ชายถึงมองหน้าอกก่อนที่จะมองหน้าผู้หญิงเสียอีก การที่ผู้ชายมองหน้าอกผู้หญิงนั้นไม่ใช่ว่าเขาคิดลามกนะครับ สิ่งนี้เป็นสัญชาตญาณครับ เป็นสัญชาตญาณในการหาแม่พันธุ์ที่ดี เนื่องจากผู้หญิงที่มีหน้าอกใหญ่ บ่งบอกถึงว่าคนนั้นมีปริมาณน้ำนมที่จะให้ลูกมาก ทำให้บุตรมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง นี่จึงเป็นเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมผู้ชายส่วนใหญ่จึงชอบผู้หญิงหน้าอกใหญ่ หากคุณผู้หญิงไม่เชื่อผมลองสังเกตเสื้อยืดในตู้ของคุณดูสิครับ ผู้ผลิตใหญ่จะสกรีนโลโก้ไว้ในตำแหน่งหน้าอกเนื่องจากเป็นจุดรวมสายตา

                จุดต่อมานั่นคือ"สะโพก"ครับ ซึ่งนี่ก็มีเหตุผลเช่นกัน ซึ่งก็เป็นไปตามสัญชาตญาณในการหาแม่พันธุ์อีกนั่นแหละครับ การที่ผู้หญิงมีสะโพกผายนั้นสามารถคลอดลูกได้ง่ายกว่าผู้หญิงที่มีสะโพกแคบเพราะฉะนั้นโอกาสที่เด็กจะรอดนั้นจะมีสูงกว่า และต่อจากนั้นจึงเป็นหน้าตาครับ....

 

ผู้หญิง

                เอาล่ะครับ คราวนี้ก็มาถึงทางด้านสุภาพสตรีกันบ้าง จากการทดลองเราพบว่าสิ่งที่ผู้หญิงจะมองเป็นอันดับแรกคือ "รูปร่าง"ครับ ผู้หญิงจะสะดุดตากับผู้ชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่และบึกบึนมากครับ สิ่งนี้ก็มาจากสัญชาตญาณเช่นกัน เนื่องจากผู้ชายที่มีร่างกายใหญ่นั้นแสดงถึงความเป็นนักรบ และความสามารถในการหาอาหารมาเลี้ยงครอบครัวได้ครับ

                ส่วนที่สองนะครับ พูดได้ว่าคะแนนมาไล่เลี่ยกับข้อแรกเลยนะครับ สิ่งที่ผู้หญิงมองต่อมานั้นคือ "เป้า" ครับ (ไม่ใช่พี่เป้า สายันห์นะครับ) อันนี้ผมไม่ทราบว่ามันจริงรึเปล่านะครับ แต่เขาก็ให้เหตุผลด้านสัญชาตญาณในการสืบพันธุ์เช่นกันนะครับ (ถ้าไม่เชื่อคุณผู้ชายลองใส่กางเกงไม่รูดซิบสิ แล้วดูว่ามีผู้หญิงกี่คนที่สังเกตเห็น) และต่อจากนั้นก็คือหน้าตาครับ...

 

จากที่ได้กล่าวไว้ทั้งหมดนะครับ จะเห็นได้ว่า เรามองอย่างอื่นก่อนที่จะมองหน้ากันเสียอีก และถึงแม้เราจะอยู่ในสังคมที่เจริญขนาดไหนบางอย่างเราก็ยังคงถูกสัญชาตญาณควบคุมอยู่ดี อืม เบสิก อินสติง

 

ขอเตือนท่านสุภาพสตรีนะครับ การที่หน้าอกของท่านใหญ่พรวดพราดขึ้นมาอาจทำให้ท่านดูน่ากลัวได้

 

ขอเตือนท่านสุภาพบุรุษนะครับ การที่ท่านไม่ใส่กางเกงออกจากบ้านอาจทำให้ท่านถูกตำรวจจับได้

 

สุดท้ายขอให้โลกนี้มีความสุขครับ เฮ่ๆ

 

ปล.นานๆอัพที ยาวนิดยาวหน่อยอย่าบ่น

 

April 19

ยินดีด้วย...ไอ้หมัก!!!

            วันนี้ครือวันที่19 เมษายน ...ใช่ครับ วันนี้เป้นวันหยุดราชการ เนื่องจากเป็นวันเลือกตั้งสว. วันนี้เป็นวันที่ผมและหลายๆคนในบ้านพูดคุยเรื่องการเมืองกันอย่างหนักหน่วงเป็นครั้งแรก ทั้งการวิเคราะห์เจาะลึกถึงประวัติและผลงานของผู้สมัครแต่ละคน หลังจากการประชุมเจรจากันอย่างบ้าคลั่งซึ่งเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ ในที่สุด ทุกคนในบ้านก็มีจุดยืนร่วมกัน เป็นความต้องการอันแรงกล้า ทั้งๆที่รู้ว่าโอกาศมันริบหรี่เหลือเกิน เราพร้อมใจกันนั่งรถไปที่คูหาเลือกตั้ง แต่ละคนต่างกาเบอร์ที่ตัวเองคาดหวังไว้ จากนั้นก็รอ... จนเวลาล่วงเลยไปพอสมควร จนตอนนี้ เวลา20นาฬิกา25นาทีเศษ มีข่าวการเลือกตั้งล่าสุดออกมา แล้วผมและผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคนในบ้านต่างก็ได้รับข่าวร้ายพร้อมกัน ผมทรุดตัวลงนั่งเหมือนกับขาไม่มีแรง หยาดน้ำตามันหลั่งรินออกมาอย่างไม่รู้ตัว ผมร่ำไห้ต่อหน้าโทรทัศน์ที่เสนอข่าวอันชั่วร้ายเป็นเสียงก้องเข้าไปในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ...."สมัคร..สมัคร..สมัคร..สมัคร...." ใช่ครับ เมื่อผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่า คุณสมัครได้คะแนนเสียงมากเป็นอันดับที่2 ผมก็รู้ได้ทันทีว่าแสงสว่างแห่งความหวังอันริบหรี่ของผมได้ดับสิ้นลงไปแล้ว ทุกคนในบ้านต่างร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด คลองหน้าบ้านเป็นสีเลือดนก ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงฉาน ใช่ครับ แผ่นดินกำลังร่ำไห้
 
สุดท้ายนี้ผมอยากบอกว่า ยินดีด้วยครับคุณสมัคร ยังมีคนสนับสนุนคุณอยู่นะครับ...แต่ผมไม่
 
อดีตผู้ว่ากรุงเทพฯที่ไม่เคยไปดูสถานการณ์ตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯเลย ด้วยเหตุผลที่ว่า "ถ้ากูไปดู...แล้วน้ำมันจะลดมั๊ย" ....เออ จริงของมึง!!!
February 26

21Gram!!!

เมื่อหลายเดือนก่อน ผมได้ดูภาพยนต์เรื่อง21Gram เป็นหนังดีเรื่องหนึ่ง ที่หลายๆคนมองข้าง ในหนังเขาว่ามนุษย์ทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือแก่ ผู้หญิงหรือผู้ชาย อ้วนหรือผอม สูงหรือเตี้ย แต่เมื่อวินาทีที่หัวใจหยุดเต้นนั้น มนุษย์ทุกคนจะสูญเสียน้ำหนักของอะไรบางอย่างไป เป็นน้ำหนัก21กรัมที่เท่ากันทุกคน...
 
หลายคนพยายามหาคำตอบให้กับน้ำหนักปริศนานี้ ว่าเมื่อเราตาย เราเสียอะไรไปกันแน่
อะไรบางอย่างที่เรามีเฉพาะตอนที่เรามีชีวิตอยู่เท่านั้น...
อะไรบางอย่างที่มีน้ำหนัก21กรัมพอดีเป๊ะ...
อะไรบางอย่างที่เรามีเท่ากันทุกคน...
อะไรบางอย่างที่เราสูญเสียไปเมื่อตาย...
 
มันทำให้ผมย้อนกลับมาคิดว่า เมื่อเราตาย เราต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง หลายๆคนกลัวที่จะต้องตายเพราะกลัวว่าจะต้องสูญเสียบ้าน  รถ ทรัพย์สิน ครอบครัว ฯลฯ
 
ทั้งๆที่เราเกิดมาอย่างตัวเปล่า จริงๆแล้ว เราสูญเสียอะไรมากกว่าน้ำหนัก21กรัมนั้นรึเปล่า
 
ลองคิดกันดู...
 
ปล. ใครยังไม่เคยดู ไปหามาดูไว้ก็ไม่เสียหายนะ
 
 
February 10

ทฤษฎีวิวัฒนาการของ(กางเกง)Gene!!!

ก่อนอื่น ขอด่าไอ้คนที่บรรจงอ่านภาษาอังกฤษที่หัวข้อว่า"กีนี"ก่อน ขอความกรุณาอ่านว่า"ยีน" ขอบคุณครับ
 
หลายคนอาจสงสัยว่า การค้นพบสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นได้อย่างไร ...คำตอบคือ การที่คนๆหนึ่ง คิดแบบแหกคอกไม่เหมือนชาวบ้านส่วนใหญ่ขึ้นมาบวกกับสันดารมนุษย์ที่มีความอยากรู้อยากเห็นในทุกสิ่ง แต่ไอ้พวกบ้านี่ดันมีมากกว่าชาวบ้าน จนต้องหาคำตอบของปริศนาเพื่อบำบัดความใคร่รู้ของตนเอง แต่คำถามสำคัญนั่นคือ ไอ้ความคิดแหกคอกนั่นมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ทำไมไอแซ็กนิวตันต้องไปสงสัยอะไรเกี่ยวกับแอ๊ปเปิ้ลนรกนั่นด้วย ไอสไตน์คิดอะไรถึงเอาอะตอมมายิงเล่นใส่กันจนทำให้คนตายเป็นเบือ ไม่มีใครอธิบายได้หรอกครับ ให้ร่างโคลนซิกมันฟรอย100คนมาคิดมันก็คิดไม่ออก "ถ้ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง"
 
ใช่แล้วครับ วันนี้ผมเกิดความสงสัยในสิ่งหนึ่ง และไมน่าเชื่อผมได้ค้นพบทฤษฎีที่มันจะกลายเป็นนิรันด์มันเหมือนผมได้ค้นพบว่ามนุษย์ชาติเกิดมาได้อย่างไร เราเป็นใคร มาจากไหน ทฤษฎีนี้เป็น"ทฤษฎีว่าด้วยวิวัฒนาการของ(กางเกง)Gene"
 
เอาล่ะครับ ก่อนจะอธิบายต่อ ผมขอแนะนำให้ผู้อ่านไปทำความเข้าใจทฤษฎีวิวัฒนาการของชาลส์ ดาวิน ให้ถ่องแท้มาซะก่อน ไม่อย่างนั้นท่านอาจจะงงในเนื้อหาสาระได้ เอาล่ะ ท่านเคยนึกสงสัยบ้างไหมว่า ทำไมกางเกงยีนต้องเอวต่ำ ทำไมเทรนตั้งแต่ยุค2000มานี้กางเกงยีนส่วนใหญ่จะนิยมใส่เอวต่ำกันทั้งนั้น และมีแนวโน้มว่าจะต่ำลงเรื่อยๆเฉลี่ย 5ซม.ทุกๆ10ปี นี่ยังไม่นับการต่ำลงอย่างฮวบฮาบเมื่อขึ้นสหัสวรรษใหม่นะครับ ซึ่งมีอัตราที่ใกล้เคียงกับการละลายของชั้นน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือเลยทีเดียว หากท่านยังสงสัย ผมจะขออธิบายให้ฟังดังต่อไปนี้
 
มีเด็กหนุ่มอยู่คนหนึ่งครับ ภูมิลำเนาเขาอยู่ทางอีสาน ไอ้เด็กคนนี้มีชื่อว่า"ไอ้แซบ" ไอ้แซบเป็นคนหน้าตาหล่อเหลาเหมือนเสาไฟฟ้า ผิวคล้ำ เนื่องจากชายหนุ่มมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงควาย และเนื่องจากเด็กหนุ่มเป็นคนรูปร่างเตี้ย และความจนของมันจึงถูกเพื่อนๆเรียกอย่างล้อเลียนว่า"แซ๊บ" วันหนึ่ง เด็กหนุ่มเก็บกางเกงยีนได้ที่ริมปลักควาย มันเป็นยีนที่ไม่เหมือนตัวอื่น เนื้อผ้าของมันทอประกายเหลืองทองโสโครกอย่างมีสกุลรุนชาติ เด็กหนุ่มดีใจมากจึงรีบนำกางเกงยีนมาใส่ แต่ทว่า กางเกงนี้ขายาวเกินไปสำหรับเขา ดังนั้นเขาจึงนำมันไปให้ป้าจิ๋วหน้าปากซอยตัดขาให้ แต่ทว่า ป้าจิ๋วกะความยาวขาของกางเกงผิดไป ทำให้มันเต่อ แต่ด้วยความเสียดาย และดีใจที่ได้ของฟรีเด็กหนุ่มจึงนำมาใส่อย่างไม่เคอะเขิน จนเด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านบางคนเห็นว่าทุเรศ แต่แปลก และดึงดูดสายตาได้ดี จึงไปตัดมาใส่บ้าง ไม่นานนัก แฟชั่นนี้ก็แพร่ระบาดไปทั่วภูมิภาค และลามมาถึงเมืองหลวงผ่านทางการอพยพของแรงงานย้ายถิ่น(กรุณาศึกษาทฤษฎีพึ่งพิงในแง่ความสัมพันธ์เพิ่มเติม) จึงทำให้แฟชั่นนี้กลายเป็นเทรนใหม่สำหรับกางเกงยีนภายใต้ชื่อกระแสว่า"เด็กแซ๊บบบ" เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบ ยุคนั้นนับเป็นยุครุ่งเรืองของเด็กชายแซ๊บ ซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของวงการนายแบบกางเกงยีนโลก แต่ดั่งสวรรคสาบส่ง เคราะห์ซ้ำกรรมซัด แฟชั่นนี้บูมอยู่เพียงปี2ปี แล้วเงียบหาย ทำให้เด็กชายแซ๊บ ซึ่งตอนนี้เป็นนายแซ๊บแล้วตกอับถึงที่สุด เขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในสังคมได้อีกต่อไปเนื่องจากแนวของเขาไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม(กรุณาศึกษาทฤษฎีเบียดขับเพิ่มเติม) เขาถูกรุมเร้าด้วยโรคร้ายต่างๆนาๆเพราะเคยติดยาเสพย์ติดที่ถูกเพื่อนในวงการนายแบบชักชวนให้ทดลองเมื่อครั้งยังรุ่งเรือง แต่เขายังไม่ยอมแพ้ เขาคิดเสมอว่าศิลปินที่แท้จริงจะต้องทิ้งมรดกอันเป็นนิรันด์ไว้ให้ลูกหลาน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทิ้งชื่อไว้บนโลกา เขาจึงใส่กางเกงยีนขาเต่อตัวเก่าออกจากบ้าน เพื่อหวังพลีกฟื้นเทรนเด็กแซ๊บอีกครั้ง แต่ผลกลับตรงกันข้าม เมื่อคนอื่นเห็นก็กลั่นแกล้งเขาต่างๆนาๆจนจิตใจเขาทนไม่ไหว เขายอมแพ้ให้กับกระแสสังคม เขาตัดสินใจดึงกางเกงขาเต่อลงมาเพื่อให้ขากางเกงลงมากองเหมือนกางเกงทั่วไป แต่มันทำให้เอวลงมาต่ำด้วยจนนุ่งได้แค่ครึ่งตูด ทันใดนั้นเอง มีเสียงปรบมือดังขึ้นเกรียวกราวรอบตัวเขา ผู้คนโห่ร้องยินดี และเขาก็รู้ได้ทันทีว่า เทรนใหม่เกิดขึ้นแล้ว โดยเขาตั้งชื่อให้เทรนนี้ว่าNEW ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่เด็กแถวบ้านเขามันโง่ มันอ่านว่า"แนว" จึงกลายเป็นที่มาของแฟชั่นเด็กแนวจนถึงทุกวันนี้ นายแซ๊บเสียชีวิตลงในอีก3ปีต่อมา แต่ชื่อของเขายังคงอยู่ในใจเด็กแซ๊บและเด็กแนวทั่วโลกตลอดไป
 
ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่ากางเกงยีนเอวต่ำที่คุณใส่อยู่ มีต้นกำเนิดมาจากกางเกงยีนขาเต่อเสี่ยวๆ เหมือนที่คุณรู้ว่าคุณมีสายพันธุกรรมร่วมกับลิงชิมแพนซี และเด็กแซ๊บและเด็กแนวทุกคนจงรู้ไว้ซะว่าคุณมีบิดาคนเดียวกันชื่อ"ไอ้แซบ"
 
เอาล่ะครับ ขอบคุณที่กรุณาอ่านจนจบ วันนี้เขียนยาว รู้สึกผิด ไว้เด๋วทำรูปใส่ให้ละกัน บายๆคับทุกคน
 
No list items have been added yet.